Grammar Codex // 2026

The Ultimate Trio: เจาะลึกรูปถูกกระทำ (受身), รูปให้ทำ (使役) และรูปถูกบังคับให้ทำ (使役受身) ในภาษาญี่ปุ่น

/บทนำ: ทำไมกริยาสามพี่น้องนี้ถึงสร้างความสับสนให้คนไทยมากที่สุด?

เคยเป็นไหมครับ? เวลาเรียนภาษาญี่ปุ่นไปจนถึงระดับ N4 หรือช่วงต้น N3 เราจะเริ่มรู้สึกว่าไวยากรณ์เริ่มมีความซับซ้อนขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับกริยากลุ่มที่ถูกผันให้เป็น รูปถูกกระทำ (受身 - Ukemi), รูปให้กระทำ (使役 - Shieki) และยิ่งร้ายไปกว่านั้นคือ รูปถูกบังคับให้กระทำ (使役受身 - Shieki-Ukemi) ที่มีความยาวในการออกเสียงและพยางค์ที่ผันชวนให้ลิ้นพันกันอย่างมากครับ

ปัญหาหลักที่คนไทยเจอบ่อยที่สุดไม่ใช่เพียงแค่การผันตัวกริยาผิดกลุ่มเท่านั้นครับ แต่คือ "การใช้คำช่วยชี้บทบาทในประโยค (โดยเฉพาะ に และ を)" และ "ความรู้สึกหรือมุมมองของเจ้าของภาษา (Nuance)" ที่แปลกไปจากภาษาไทยอย่างสิ้นเชิง ตัวอย่างเช่น ในภาษาไทยเรามักพูดว่า "ฉันถูกแม่สั่งให้ทำความสะอาดห้อง" แต่ในภาษาญี่ปุ่นกลับมีรูปเฉพาะที่แสดงถึงการ "ถูกบังคับ" โดยแสดงความรู้สึกเดือดร้อนปนเปอยู่ในคำศัพท์เลยครับ

ในคู่มือบทเรียนระดับพรีเมียมชิ้นนี้ NIHONGO QUEST จะมาช่วยผู้เรียนทุกคนปลดล็อกและปราบมอนสเตอร์ไวยากรณ์ทั้งสามตัวนี้อย่างละเอียดและเป็นระบบ ตั้งแต่หลักการผันกริยา โครงสร้างประโยค เปรียบเทียบมุมมองวิธีคิดของคนญี่ปุ่น และการเลือกใช้คำช่วยที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้คุณหลงทางในการสนทนาจริงและการสอบระดับ JLPT อีกต่อไปครับ!

/1. รูปถูกกระทำ (受身 - Ukemi Form): ฉันโดน/ฉันถูก...

รูปถูกกระทำ (受身 - うけみ) คือการปรับมุมมองของประโยคโดยให้ "ผู้ถูกกระทำ" ขึ้นมาเป็นหัวเรื่องของประโยค (ประธานหลักชี้ด้วย は หรือ が) และผู้ที่เป็นคนทำสิ่งนั้นจะถูกชี้ด้วยคำช่วย に (ni) เสมอครับ (ในบางกรณีที่เป็นนามธรรมหรือสิ่งประดิษฐ์อาจชี้ด้วย によって)

💡 คำแนะนำเพิ่มเติม: คนไทยมักจะสับสนระหว่างรูปถูกกระทำ (Ukemi) และรูปให้-รับ (Benefactive) เพื่อเรียนรู้ความต่างนี้และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด ลองศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ เจาะลึก “รูปให้และรับ” (あげる/もらう/くれる) และบทความ 5 จุดผิดพลาดทางไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นที่คนไทยเจอบ่อยที่สุด นะครับ!

🛠 กฎการผันกริยารูปถูกกระทำ (Ukemi Form)

● กลุ่มที่ 1 (กริยาลงท้ายเสียง -u): เปลี่ยนเสียงท้ายเสียง u เป็นเสียง a แล้วเติม れる (reru)
• 書く (kaku - เขียน) ➡️ 書か + れる ➡️ 書かれる (kakareru - ถูกเขียน)
• 叱る (shikaru - ดุ) ➡️ 叱ら + れる ➡️ 叱られる (shikarareru - ถูกดุ)
• 言う (iu - พูด) ➡️ 言わ + れる ➡️ 言われる (iwareru - ถูกพูด/บอก) *ระวังเสียง u เปลี่ยนเป็น wa

● กลุ่มที่ 2 (กริยาลงท้ายเสียง -iru / -eru): ตัด る (ru) ออกแล้วเติม られる (rareru)
• 食べる (taberu - กิน) ➡️ 食べ + られる ➡️ 食べられる (taberareru - ถูกกิน)
• 褒める (homeru - ชม) ➡️ 褒め + られる ➡️ 褒められる (homerareru - ถูกชม)

● กลุ่มที่ 3 (กริยาพิเศษ): ผันในรูปแบบเฉพาะที่ต้องจำ
• する (suru - ทำ) ➡️ される (sareru - ถูกกระทำ)
• 来る (kuru - มา) ➡️ 来られる (korareru - ถูกมา/ทำให้เดือดร้อน)

💡 โครงสร้างประโยคและข้อควรระวังสำคัญสำหรับคนไทย

ในภาษาไทย คำว่า "ถูก" หรือ "โดน" มักจะใช้กับเรื่องที่ไม่ดีเป็นส่วนใหญ่ (เช่น ถูกชน, โดนตีด่า) แม้ว่าปัจจุบันคนไทยจะยอมรับการพูดว่า "โดนชม" บ้างแล้ว แต่ในภาษาญี่ปุ่น รูปถูกกระทำแบ่งย่อยออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ที่ผู้เรียนต้องทำความเข้าใจดังนี้ครับ:

① รูปถูกกระทำโดยตรง (Direct Passive)

โครงสร้าง: [ผู้ถูกกระทำ] は [ผู้กระทำ] に [กริยารูปถูกกระทำ]
เป็นการบอกตรงๆ ว่าประธานถูกใครทำอะไรใส่ ซึ่งผู้กระทำมักเป็นบุคคล

ตัวอย่าง:
• 私は先生に褒められました。
(Watashi wa sensei ni homeraremashita.)
👉 "ฉันถูกคุณครูชม" (ได้รับความรู้สึกที่ดี)

② รูปถูกกระทำที่ได้รับความเดือดร้อน (Adversative / Indirect Passive) ★ ปราบセียนสำหรับคนไทย

โครงสร้าง: [ผู้เดือดร้อน] は [ต้นเหตุ] に [กรรม] を [กริยารูปถูกกระทำ]
โครงสร้างนี้ไม่มีในภาษาไทยครับ! มันใช้เมื่อผู้พูดไม่ได้ถูกกระทำโดยตรง แต่การกระทำของอีกฝ่ายส่งผลกระทบทำให้ประธานรู้สึกเดือดร้อน เจ็บใจ หรืออึดอัดใจอย่างมาก

ตัวอย่างที่ 1 (ฝนตกใส่):
• 私は雨に降られました。
(Watashi wa ame ni furaremashita.)
👉 แปลตรงตัว: "ฉันถูกฝนตกใส่" ➡️ ความจริง: ฝนมันตกของมันเอง แต่ฉันซวย ไม่มีร่ม เดือดร้อนตัวเปียกโชก

ตัวอย่างที่ 2 (ลูกร้องไห้กลางดึก):
• 昨夜は赤ちゃんに泣かれて、全然眠れませんでした。
(Sakuya wa akachan ni nakarete, zenzen nemuremasen deshita.)
👉 แปลตรงตัว: "เมื่อคืนฉันถูกเด็กทารกร้องไห้ใส่ เลยไม่ได้นอนเลย" ➡️ ความจริง: เด็กก็ร้องไห้ตามปกติของเขา แต่ผลลัพธ์ทำให้ประธานเดือดร้อนรำคาญจนนอนไม่หลับ

③ รูปถูกกระทำต่อสิ่งของของตนเอง (Passive of Possession)

โครงสร้าง: [เจ้าของสิ่งของ] は [ผู้กระทำ] に [สิ่งของของประธาน] を [กริยารูปถูกกระทำ]
ระวังเด็ดขาด! คนไทยชอบแปลตรงตัวว่า "กระเป๋าของฉันถูกขโมยโดยใครบางคน" แต่ในภาษาญี่ปุ่นจะต้องเอา "ตัวเจ้าของ" ขึ้นเป็นประธานหลักเท่านั้นครับ

ตัวอย่าง:
✖ ผิด (แปลตรงตัวไทย): 我的กระเป๋าถูกขโมย ➡️ 私の財布は泥棒に盗まれました。
✔ ถูกต้อง (แบบญี่ปุ่น): 私は泥棒に財布を盗まれました。
(Watashi wa dorobou ni saifu wo nusumaremashita.)
👉 "ฉันโดนขโมยกระเป๋าสตางค์ไป" (ประธานรู้สึกเดือดร้อนที่ของตัวเองโดนทำมิดีมิร้าย)

/2. รูปให้กระทำ (使役 - Shieki Form): บังคับให้ทำ หรือ อนุญาตให้ทำ...

รูปให้กระทำ (使役 - しえき) หรือบางตำราเรียกว่า "รูปสั่งให้ทำ" ใช้เมื่อผู้พูดหรือบุคคลหนึ่งที่มีสถานะหรืออำนาจเหนือกว่า สั่งการ, บังคับ, หรือยินยอม/อนุญาตให้อีกคนหนึ่งทำกริยาบางอย่างครับ เทียบเท่ากับคำว่า "Make someone do" หรือ "Let someone do" ในภาษาอังกฤษ

🛠 กฎการผันกริยารูปให้กระทำ (Shieki Form)

● กลุ่มที่ 1 (กริยาลงท้ายเสียง -u): เปลี่ยนเสียงท้ายเสียง u เป็นเสียง a แล้วเติม せる (seru)
• 行く (iku - ไป) ➡️ 行か + せる ➡️ 行かせる (ikaseru - สั่งให้ไป/ปล่อยให้ไป)
• 読む (yomu - อ่าน) ➡️ 読ま + せる ➡️ 読ませる (yomaseru - สั่งให้อ่าน)
• 待つ (matsu - รอ) ➡️ 待た + せる ➡️ 待たせる (mataseru - ปล่อยให้รอ)

● กลุ่มที่ 2 (กริยาลงท้ายเสียง -iru / -eru): ตัด る (ru) ออกแล้วเติม させる (saseru)
• 食べる (taberu - กิน) ➡️ 食べ + させる ➡️ 食べさせる (tabesaseru - ให้กิน)
• 覚える (oboeru - จำ) ➡️ 覚え + させる ➡️ 覚えさせる (oboesaseru - สั่งให้จำ)

● กลุ่มที่ 3 (กริยาพิเศษ): ผันในรูปแบบเฉพาะที่ต้องจำ
• する (suru - ทำ) ➡️ させる (saseru - สั่งให้ทำ)
• 来る (kuru - มา) ➡️ 来させる (kosaseru - สั่งให้มา)

💡 โครงสร้างประโยคและการเลือกใช้คำช่วย (สุดยอดจุดระวัง!)

จุดปราบเซียนสำหรับคนไทยในรูป使役 คือการแยกแยะระหว่าง "กริยาที่ไม่ต้องการกรรม (Intransitive Verb)" และ "กริยาที่ต้องการกรรม (Transitive Verb)" เพราะมันจะส่งผลต่อการใช้คำช่วยชี้คนที่ถูกสั่งให้ทำกริยาครับ:

① ประโยคที่ใช้กริยาไม่ต้องการกรรม (Intransitive Verb) เช่น ไป, เดิน, หัวเราะ

โครงสร้าง: [ผู้สั่ง] は [ผู้ถูกสั่ง] を [กริยารูปให้ทำ]
สังเกตดีๆ นะครับ! คนที่โดนสั่งจะใช้คำช่วย を (wo) ชี้เป้า

ตัวอย่าง:
• 課長は山田さんを大阪へ行かせました。
(Kachou wa Yamada-san wo Osaka he ikasemashita.)
👉 "หัวหน้าแผนกสั่งให้คุณยามาดะไปโอซาก้า" (大阪へ行かせる)

② ประโยคที่ใช้กริยาต้องการกรรม (Transitive Verb) เช่น ซื้อ, กิน, ทำความสะอาด

โครงสร้าง: [ผู้สั่ง] は [ผู้ถูกสั่ง] に [กรรม] を [กริยารูปให้ทำ]
เหตุผลที่คนถูกสั่งเปลี่ยนมาใช้ に (ni) เป็นเพราะประโยคนี้มีกรรมตรงชี้ด้วย を (wo) อยู่แล้วครับ กฎของภาษาญี่ปุ่นจะไม่ยอมให้มีคำช่วย を ซ้อนกันสองตัวในหนึ่งอนุประโยค (Double O-rule) เด็ดขาด

ตัวอย่าง:
• 母親は子供に野菜を食べさせました。
(Hahaoya wa kodomo ni yasai wo tabesasemashita.)
👉 "คุณแม่สั่งให้ลูกกินผัก" (野菜をกิน = Transitive Verb ➡️ เด็กคนทำใช้ に)

/3. รูปถูกบังคับให้กระทำ (使役受身 - Shieki-Ukemi Form): โดนคนอื่นบังคับให้ทำ...

มาถึงด่านบอสใหญ่ที่ทำให้ผู้เรียนชาวไทยสับสนที่สุดครับ รูปถูกบังคับให้กระทำ (使役受身 - しえきうけみ) คือการเอาไวยากรณ์ข้อที่ 1 (Ukemi - ถูกกระทำ) และข้อที่ 2 (Shieki - สั่งให้ทำ) มารวมร่างกัน มีความหมายตรงตัวว่า "ฉันถูกสั่ง/ถูกบังคับให้ทำบางอย่าง (ซึ่งฉันไม่ได้อยากทำหรอกนะ แต่จำใจต้องทำเพราะขัดคำสั่งไม่ได้)"

โครงสร้างนี้มีความเป็นระเบียบทางไวยากรณ์ตามแนวคิดคนญี่ปุ่นที่ชอบชี้ว่า ตัวผู้พูดมีสิทธิและความรู้สึกอย่างไรต่อการกระทำนั้นๆ เมื่อประธานหลักเป็นคนทำกริยา แต่ทำเพราะแรงกดดันภายนอก คนญี่ปุ่นจะรู้สึกผิดทันทีหากพูดในรูปธรรมดา จึงต้องใช้รูป "ถูกบังคับให้ทำ" เพื่อออกตัวปัดป้องความยินยอมพร้อมใจของตัวเองครับ

🛠 กฎการผันกริยารูปถูกบังคับให้กระทำ (Shieki-Ukemi Form)

เทคนิคง่ายๆ คือการผันเป็นรูป 使役 (Shieki) ก่อน จากนั้นคิดว่าคำที่ได้เป็นกริยากลุ่ม 2 (เพราะลงท้ายด้วย せる/させる) แล้วนำมาผันเป็นรูป 受身 (Ukemi) อีกทีนั่นเองครับ:

● กลุ่มที่ 1 (กริยาลงท้ายเสียง -u):
วิธีปกติ: เปลี่ยนเสียงท้ายเสียง u เป็นเสียง a แล้วเติม させられる (saserareru)
• 行く ➡️ 行か ➡️ 行かせられる (ikaserareru - ถูกบังคับให้ไป)
• 待つ ➡️ 待た ➡️ 待たせられる (mataserareru - ถูกบังคับให้รอ)
⚠️ ทางลัดรูปย่อสำหรับกลุ่ม 1 (ใช้บ่อยมากในภาษาพูด):
เนื่องจาก させられる มันยาวเกินไป คนญี่ปุ่นจึงมักย่อเหลือแค่ される (sareru)
• 行かせられる ➡️ 行かされる (ikasaru)
• 待たせられる ➡️ 待たされる (matasaru)
• 書かせられる ➡️ 書かされる (kakasaru)
*ยกเว้น: กริยาที่ตัวหน้าของ u ลงท้ายด้วย す (su) เช่น 話す จะไม่มีรูปย่อแบบนี้ เพราะจะซ้ำกับรูปปกติ ต้องใช้ 話させられる เท่านั้น

● กลุ่มที่ 2 (กริยาลงท้ายเสียง -iru / -eru): ตัด る (ru) ออกแล้วเติม させられる (saserareru)
• 食べる ➡️ 食べさせられる (tabesaserareru - ถูกบังคับให้กิน)
• 覚える ➡️ 覚えさせられる (oboesaserareru - ถูกบังคับให้จำ)

● กลุ่มที่ 3 (กริยาพิเศษ): ผันในรูปแบบเฉพาะที่ต้องจำ
• する ➡️ させられる (saserareru - ถูกบังคับให้ทำ)
• 来る ➡️ 来させられる (kosaserareru - ถูกบังคับให้มา)

💡 โครงสร้างประโยคและการเปรียบเทียบในชีวิตจริง

โครงสร้างหลัก: [ผู้ถูกบังคับ (ตัวฉัน)] は [ผู้สั่งการ] に [กริยารูปถูกบังคับให้ทำ]

สถานการณ์ที่ 1: ถูกเพื่อนบังคับให้ดื่มเบียร์

私は友達にビールをたくさん飲民間せられました。

👉 "ฉันโดนเพื่อนบังคับให้ดื่มเบียร์ตั้งเยอะ" (จริงๆ ไม่อยากดื่มเยอะ แต่โดนเพื่อนดึงดันจนปฏิเสธไม่ได้)

สถานการณ์ที่ 2: ถูกเจ้านายบังคับให้ร้องเพลงที่คาราโอเกะ (ใช้รูปย่อกลุ่ม 1)

昨日の飲み会で、私は上司に歌を歌わされました。

👉 "ในงานดื่มเมื่อวานนี้ ฉันโดนเจ้านายสั่งให้ร้องเพลง" (ร้องแบบเกรงใจจำยอม / 歌う ➡️ 歌わされる)

/4. ตารางสรุปเปรียบเทียบ: แยกแยะ 3 ไวยากรณ์เพื่อการใช้งานที่ถูกต้อง

เพื่อช่วยให้คุณวิเคราะห์ประโยคได้อย่างรวดเร็วในห้องสอบและสถานการณ์ใช้งานจริง NIHONGO QUEST ได้จัดทำตารางสรุปเปรียบเทียบมิติต่างๆ ของไวยากรณ์ทั้งสามรูปแบบนี้มาให้แล้วครับ:

หัวข้อเปรียบเทียบ 受身 (รูปถูกกระทำ) 使役 (รูปให้ทำ) 使役受身 (รูปถูกบังคับ)
ความหมายหลัก ประธานถูกกระทำโดยผู้อื่น สั่งให้ทำ หรือ ยินยอมให้ทำ ถูกคนอื่นกดดัน/บังคับให้ทำ
ประธานหลัก (は/が) ผู้ถูกกระทำ / ผู้เดือดร้อน ผู้สั่งการ / ผู้มีอำนาจ ผู้ที่จำใจต้องลงมือทำกริยา
ผู้กระทำรอง (に) คนลงมือทำร้าย/ทำดีใส่ประธาน คนที่ถูกสั่ง (ใช้ を หรือ に) คนที่ออกคำสั่งกดดันประธาน
โทนความรู้สึก เดือดร้อนใจ (มีมิติด้านลบแฝง) วางอำนาจ หรือ เอื้อเฟื้อให้อนุญาต หดหู่ ซวย จำใจปฏิเสธไม่ได้

/5. แบบฝึกหัดท้าทายระดับพลังเวทไวยากรณ์ (Grammar Magic Trial)

หลังจากเข้าใจหลักการแล้ว ลองทำโจทย์เหล่านี้ดูเพื่อทดสอบว่าคุณจะผันคำกริยาและเลือกคำช่วยได้ถูกต้องหรือไม่ครับ:

คำถามข้อที่ 1: แปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาญี่ปุ่นที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติ

"ฉันโดนขโมยกระเป๋าเงินโดยโจรที่สถานีรถไฟ"

แนวคิด: ต้องใช้รูปถูกกระทำต่อสิ่งของของตนเอง (Passive of Possession) เอา "ฉัน" (ประธาน) ขึ้นก่อน ตามด้วย "โจร" (ผู้กระทำ + に) แล้วชี้กระเป๋าเงินด้วยคำช่วย を จากนั้นผัน 盗む (nusumu) เป็นรูปถูกกระทำ

คำตอบ: 駅で泥棒に財布を盗まれました。(Eki de dorobou ni saifu wo nusumaremashita.)

คำถามข้อที่ 2: เลือกคำช่วยที่เหมาะสม

先生は学生( )本を読ませました。(คุณครูสั่งให้นักเรียนอ่านหนังสือ)

แนวคิด: คำกริยาคือ 読む (yomu) ซึ่งต้องการกรรม (Transitive Verb) คือ 本 (hon) ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงคำช่วย を สองจุด จึงต้องใช้ に ชี้ตัวนักเรียนที่เป็นคนอ่าน

คำตอบ: に (ni)

คำถามข้อที่ 3: เลือกรูปย่อของ使役受身ที่ถูกต้อง

"ฉันถูกบังคับให้รอ" (待つ - matsu)

แนวคิด: 待つ เป็นกริยากลุ่ม 1 ตัวสะกดแถว u เปลี่ยนเป็น a ได้ 待た จากนั้นเติม させられる จะได้ 待たせられる แต่ถ้าย่อรูปตามปกติของกลุ่ม 1 จะผันเป็น 待たされる

คำตอบ: 待たされる (matasaru)

🇯🇵 BRAIN POWER GACHA // สุ่มเสบียงเสริมความจำ!

เรียนรู้ไวยากรณ์ปราบเซียนจนเหนื่อยล้าหรือยังครับ? มาสุ่มขนมญี่ปุ่นยอดฮิตไปกินเล่นเติมน้ำตาลเพื่อช่วยให้จดจำเนื้อหาบทเรียนได้แม่นยำขึ้นกันเถอะครับ!

ตอนท้ายที่ไม่มีสคริปต์

ความรู้สึกของผมต่อไวยากรณ์สามตัวนี้ตอนเรียนช่วงแรกๆ คือ รู้สึกว่าทำไมระบบการคิดของคนญี่ปุ่นมันช่างยุ่งยากและซับซ้อนจังครับ? ในภาษาไทยของเรา เรื่องบางเรื่องเราก็เล่าตรงๆ ได้ เช่น "เพื่อนชวนให้ฉันมาทำความสะอาด" หรือ "เจ้านายบอกให้ฉันส่งเมล" แต่ทำไมในภาษาญี่ปุ่นถึงต้องเจาะจงระดับที่ว่า ถ้าเป็นเจ้านายสั่งแล้วเราไม่อยากทำ ต้องจงใจแปลงร่างคำกริยาเป็นรูป "ถูกบังคับให้ทำ" เพื่อชี้แจงความรู้สึกหม่นหมองในใจออกมาขนาดนั้น?

แต่เมื่อมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับเนทีฟญี่ปุ่นจริงๆ ผมถึงได้เข้าใจว่า สิ่งนี้สัมพันธ์กับแนวคิดเรื่อง "ระยะห่างทางสังคมและความรับผิดชอบ" อย่างแยกไม่ออกครับ ในสังคมญี่ปุ่น การแสดงตัวว่าเราลงมือทำบางอย่างด้วยความตั้งใจของตัวเอง (Active) กับการถูกผู้อื่นผลักดันหรือชักนำ (Passive) มีผลกระทบต่อเรื่องความรับผิดชอบในผลลัพธ์เป็นอย่างมากครับ การผันกริยาเหล่านี้จึงเสมือนเป็นกันชนทางคำพูด (linguistic buffer) ที่ช่วยปกป้องระยะห่างทางใจของคู่สนทนาและรักษาระบบอาวุโสเอาไว้อย่างนุ่มนวล

ดังนั้น การผันกริยาเหล่านี้ได้คล่องแคล่วจึงไม่ใช่แค่การท่องสูตรเพื่อไปกาข้อสอบวัดระดับให้เสร็จสิ้นไปครับ แต่มันคือการที่คุณกำลังจะเปลี่ยนโหมดทางภาษาเพื่อเข้าใจวิถีการถนอมน้ำใจและการวางตนตามความเหมาะสมแบบดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริงครับ เมื่อคุณคุ้นเคยกับมัน คุณจะเริ่มเข้าใจเสน่ห์และเริ่มสนุกสนานไปกับมิติความละเอียดอ่อนเหล่านี้อย่างแน่นอนครับ!

Conquer the Passive-Causative Boss!

อยากทดสอบว่าคุณจดจำวิธีผันรูปกริยากลุ่มปราบเซียนและชี้คำช่วยได้แม่นยำแค่ไหนหรือยังครับ? มอนสเตอร์และหัวหน้าด่านเฝ้าประตูปราสาทในโลกของ NIHONGO QUEST RPG กำลังรอให้คุณเข้าใช้การโจมตีด้วยเวทมนตร์รูปถูกบังคับกระทำเพื่อโค่นพวกมันอยู่ครับ! เข้าสู่ระบบเพื่อทำภารกิจและเพิ่มเลเวลพลังเวทไวยากรณ์ของคุณได้ทันที!

Start Grammar Mission